หน้าหลัก | ทำเนียบผู้ว่า | รองผู้ว่า | นายกเทศฯ| นายอำเภอ| นายกอบต. | สมุดเยี่ยม |สอบถาม  
  นครศรีธรรมราช
หน้าหลัก
pad
ประวัติจังหวัด
pad
ข้อมูลจังหวัด
pad
ข้อมูลอำเภอ - ตำบล
pad
คำขวัญประจำอำเภอ
pad
ผู้บริหาร
pad
ทำเนียบหัวหน้าส่วน
pad
ยุทธศาสตร์จังหวัด
pad
ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด
pad
ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข
pad
แผนพัฒนา 4 ปี 51- 54
pad
ปฏิทินท่องเที่ยว
pad
ข้อมูล จปฐ
pad
โครงการลุ่มน้ำปากพนัง
pad
บรรยายสรุป
pad
บ้านเมืองน่าอยู่ฯ
pad
โรงแรมสถานที่พัก
pad
ตำแหน่งงานว่าง
pad
สถานการณ์แรงงาน ปี 51
pad
ประเพณี
pad
แหล่งท่องเที่ยว
pad
ติดต่อสอบถาม
pad
Guestbook
แวะมาเยี่ยมมาเยือน
ก้ออย่าลืมนะค่ะ
ลงสมุดเยี่ยมค่ะ
Weather Today
พยากรณ์อากาศ
จังหวัดนครศรีฯ
:: ค้นหา Google ...
 link กฎระเบียบ
 link เว็บอำเภอนครศรีฯ

 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
link เว็บทรวงต่างๆ
 link เว็บจังหวัดทั่วไทย

 link โรงเรียนในจังหวัด

 เว็บราชการในจังหวัด

  ข้อมูลการลงทุน  
ที่ตั้งและอาณาเขต
การปกครอง
เศรษฐกิจโดยรวม
สาธารณูปโภค
การคมนาคมขนส่ง
การสื่อสาร/โทรคมนาคม
การชลประทาน
ประชากร
แรงงาน
ภาคการผลิตที่แท้จริง
การเกษตรกรรม
ปศุสัตว์
ประมง
ป่าไม้
แหล่งน้ำธรรมชาติ
สหกรณ์
ภาคอุตสาหกรรม
หัตถกรรม
อุตสาหกรรม
แร่ธาตุ
การบริการ/การท่องเที่ยว
การธนาคารการคลัง
พาณิชยกรรม/ภาษีอากร
ปัจจัยพี้นฐานทางสังคม
สาธารณสุข
การศึกษา
ศาสนา
วัฒนธรรม/ประเพณี
สถาบันที่สำคัญ
วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี

ตารางแสดง ข้อมูลด้านวัฒนธรรม

ชื่อเรื่อง จำนวน ชื่อเรื่อง จำนวน/แห่ง
วัฒนธรรมศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด 1 จำนวนโบราณวัตถุ -
ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอ 5 ที่จัดในพิพิธภัณฑ์ 1,332 รายการ
สภาวัฒนธรรมจังหวัด 1 ที่อยู่ในคลังพิพิธภัณฑ์ 2,850 รายการ
สภาวัฒนธรรมอำเภอ 23 จำนวนห้องสมุดประชาชน 22 แห่ง
สภาวัฒนธรรมตำบล 30 จำนวนค่ายลูกเสือ 2 ค่าย
ศิลปินแห่งชาติ 2 - -
ศิลปินดีเด่นจังหวัด 15 - -
หอสมุดแห่งชาติ 1 - -
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 1 - -
หน่วยศิลปกร 1 - -
โบราณสถาน แยกเป็น - - -
-  ขึ้นทะเบียนแล้ว 34 - -
-  ยังไม่ขึ้นทะเบียน 76 - -


ประเพณีวัฒนธรรม

1. ประเพณีสารทเดือนสิบ
ประเพณีสารทเดือนสิบวิวัฒนาการมาจากประเพณีเปตพลีของพราหมณ์ ซึ่งลูกหลานจัดขึ้น เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ต่อมาพวกพราหมณ์จำนวนมากได้หันมา นับถือพระพุทธศาสนา และยังถือปฏิบัติในประเพณีดังกล่าวอยู่ พระพุทธองค์เห็นว่า ประเพณีนี้มีคุณค่า เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษนำความสุขใจให้ผู้ปฏบัติ จึงทรงอนุญาตให้อุบาสกอุบาสิกาประกอบพิธีนี้ต่อไปได้ ประเพณีสารทเดือนสิบมีมาตั้งแต่พุทธกาลคาดว่า เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแพร่เข้ามาในนครศรีธรรมราชจึงรับประเพณีนี้มาด้วย
การจัดงานระหว่างแรม 9 ค่ำ เดือนสิบ ถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือนสิบเอ็ด รวม 10 วัน 10 คืน
ในวันแรม 13 ค่ำ ซึ่งเป็นวันจ่าย หมายถึงจับจ่ายซื้อของที่จำเป็น หฺมฺรับ หมายถึง สำหรับ (ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ ขนมพอง ขนมลา ขนมสะบ้า ขนมดีซำ และขนมไข่ปลา
วันแรม 14 ค่ำ เป็นวันยก หฺมฺรับ ไปวัด สำหรับวันรับตายาย
วันแรม 15 ค่ำ คือวันทำบุญสารท หรือเรียกว่า วันบังสกุล หรือวันส่งตายาย

2. ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
ในสมัยที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นกษัตริย์ครองตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) อยู่นั้น ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ครั้งใหญ่ และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 1773 ขณะที่เตรียมสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น ชาวปากพนังมากราบทูลว่า คลื่นได้ซัดเอาผ้าแถบผืนหนึ่งซึ่งมีสภาพเขียนเรื่องพุทธประวัติมาขึ้นที่ชายหาดปากพนัง ชาวปากพนังเก็บผ้านั้นถวายพระเจ้า ศรีธรรมาโศกราช พระองค์รับสั่งให้ซักผ้านั้นจนสะอาดเห็นภาพวาดพุทธประวัติ เรียกว่า "ผ้าพระบฏ" จึงรับสั่งให้ประกาศหาเจ้าของ ได้ความว่าชาวพุทธจากหงสากลุ่มหนึ่ง จะนำผ้าพระบฏไปบูชาพระพุทธบาทที่ลังกา แต่ถูกพายุพัดพามาขึ้นชายฝั่งปากพนัง เหลือผู้รอดชีวิตสิบคน พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงมีความเห็นว่าควรนำผ้าพระบฏไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ เนื่องในโอกาส สมโภชพระบรมธาตุ แม้จะไม่ใช่พระพุทธบาทตามที่ตั้งใจ แต่ก็เป็นพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเจ้าของผ้าพระบฏก็ยินดี การแห่ผ้าขึ้นธาตุจึงมีขึ้นตั้งแต่ปีนั้นและดำเนินการสืบต่อมา จนกลายเป็นประเพณีสำคัญของชาวนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน ประเพณีนี้จะนำผ้าไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (วันมาฆบูชา)

3. ประเพณีลากพระ
ในสมัยที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นแล้ว พุทธศาสนิกชนได้อัญเชิญพระพุทธรูป ซึ่งสมมุติแทนองค์พระพุทธเจ้ามาแห่แหน ซึ่งเปรียบเสมือนการรับเสด็จและถวายภัตตาหารให้ พระพุทธเจ้าด้วยตนเอง
พระภิกษุจีนชื่ออี้จิง ได้จารึกแสวงบุญผ่านมายังอาณาจักรตามพรลิงค์ ได้พบเห็น ชาวบ้านปฏิบัติประเพณีลากพระจึงบันทึกจดหมายเหตุไว้ว่า "พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง มีคนแห่แหนนำมาจากวัด โดยประดิษฐานบนรถหรือบนแคร่ มีพระสงฆ์และฆราวาสหมู่ใหญ่ห้อมล้อมมา มีการตีกลองและบรรเลงดนตรีต่าง ๆ มีการถวายของหอมและดอกไม้และถือธงชนิดต่าง ๆ ที่ทอแสงในกลางแดด พระพุทธรูปเสด็จไปสู่หมู่บ้านด้วยวิธีดังกล่าว" วันลากพระจะทำกันในออกพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

4. ประเพณีอาบน้ำคนแก่
อาบน้ำคนแก่เป็นประเพณีเกี่ยวเนื่องมาจากประเพณีสงกรานต์ชาวนครศรีธรรมราช เชื่อว่าในวันที่ 15 เมษายน เทวดาที่เฝ้ารักษาเมืองทั้งหลายจะพากันขึ้นไปเมืองสวรรค์กันหมด ทั้งเมืองจึงปราศจากเทวดา วันนี้จึงเรียกว่า "วันว่าง" คือเป็นวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างว่างเทวดาคุ้มครอง ชาวบ้านจะหยุดทำกิจการงานทุกอย่างเก็บสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ หมด ครกและสากตำข้าวก็จะแช่เอาไว้สามวัน
ในวันว่าง ชาวบ้านจะนำภัตตาหารและเครื่องนมัสการต่าง ๆ ไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน เสร็จแล้วจึงไปสักการะและสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ที่สนามหน้าเมือง และนิยมรองรับน้ำจากการสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ เพื่อนำไปไว้ใช้ในงานมงคลที่บ้านของตนอีกด้วย
เมื่อสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์เสร็จแล้ว ชาวนครศรีธรรมราชจะทำอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไปให้ญาติคนแก่ที่ตนเคารพนับถือ แล้วขออาบน้ำให้ท่านด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ประเพณีอาบน้ำคนแก่จัดในช่วงของวันสงกรานต์ (13 - 15 เมษายน)

5. ประเพณีสวดด้าน
ในวันธรรมสวนะ พุทธศาสนิกชนจะมาทำบุญฟังธรรมกัน ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนามาแต่โบราณ จึงมีชาวบ้านมาทำบุญกันมากเป็นพิเศษ สถานที่ที่จัดให้มีภิกษุสงฆ์มาเทศนา คือในวิหารคดหรือพระระเบียง ชาวนครศรี-ธรรมราช เรียกว่า "ด้าน" การเทศน์ของพระภิกษุสงฆ์จะมีด้านละหนึ่งธรรมาสน์เป็นอย่างน้อย
การไปฟังเทศน์ฟังธรรม ชาวบ้านจะต้องเตรียมตัวไปนั่งรอพระที่ระเบียงก่อนที่พระสงฆ์จะไปถึง ในขณะที่นั่งรอ บางคนก็พูดคุยสนทนาเรื่องราวต่าง ๆ บางคนก็มีเรื่องราวมาบอกเล่าสู่กันฟัง บางคนนั่งอยู่เฉย ๆ ทำให้น่าเบื่อ ในที่สุดจึงเกิดความคิดเห็นพ้องกันว่าควรหาหนังสือมาสวดจนกว่าพระจะมาเทศน์ เพื่อจะได้ฟังกัน ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้เป็นคติสอนใจ จึงเกิดประเพณีสวดด้านขึ้น การสวดด้านจะมีเฉพาะในวันพระหรือในวันธรรมสวนะ (ขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ และขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ) เวลาก่อนเพล ก่อนพระสงฆ์จะขึ้นธรรมมาสน์แสดงธรรมเทศนาให้พุทธศานิกชนฟังที่ระเบียงทั้งสี่ด้านในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

6. ประเพณีแห่นางดาน เทศกาลมหาสงกรานต์
ประเพณีแห่นางดาน เป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์ เดิมเป็นประเพณีพื้นบ้านโบราณฮินดู ที่หายสาปสูญไปกว่า 90 ปี การจัดทำพิธีแห่นางดาน ซึ่งเป็นงานที่จัดทำเพื่อเป็นการต้อนรับพระอิศวรผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมาเยี่ยมมนุษย์โลกปีละครั้ง ครั้งหนึ่งมีกำหนด 10 วัน การ ต้อนรับพระอิศวร จะจัดให้มีการแสดงเอิกเกริกสนุกครึกครื้น มีเทพยาดาทั้งหลายมาเฝ้าประชุมพร้อมกัน เป็นต้นว่า พระอาทิตย์/พระจันทร์ พระแม่คงคา และ พระแม่ธรณี ซึ่งพราหมณ์จะทำเป็นแผ่นกระดาน นำมาผังไว้ที่หน้าชมรมโลกบาล (หอพระอิศวร)
เมื่อพระอิศวรลงมายังโลกมนุษย์พระอุมาจะลงตามมาด้วย (พระอิศวรกับพระอุมา เป็นสามีภรรยา)พระอุมาเป็นเทพแห่งความสมบูรณ์ทางการเกษตร ในช่วงสงกรานต์บางครั้งฝน ไม่ตกตามฤดูกาลแห้งแล้ง ทำให้การเกษตรไม่ได้ผล มีความเชื่อว่าพระอิศวรมีพระหทัยกอปรไปด้วยกรุณาบุคคลใดขอพรก็จะให้ง่าย ๆ มีเครื่องหมายประจำตัวพระอิศวร เรียกว่า "ศิวลึงค์" เมื่อเชิญพระอิศวรลงมา จะโปรดให้เทพบริวาร ประกอบด้วยพระอาทิตย์-พระจันทร์ พระคงคา และพระแม่ธรณี ร่วมเป็นคณะทำงานอำนวยความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวโลก
พระอาทิตย์ ประทานพลังงานแก่สิ่งที่มีชีวิตในเวลากลางวัน พระจันทร์ประทานเวลากลางคืน ให้พืชพันธุ์ธัญญาหารผสมพันธุ์ ส่วนพระคงคาประทานน้ำท่าให้เพียงพอ และพระธรณีเป็นที่รองรับสรรพสิ่งทั้งมวลบนพื้นโลก
พิธีแห่นางดาน เป็นการแห่กระดาน 3 แผ่น แผ่นที่หนึ่ง เป็นภาพพระอาทิตย์ พระจันทร์ แผ่นที่สอง เป็นภาพพระแม่คงคา และแผ่นที่สามเป็นภาพพระแม่ธรณี ประเพณีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 15 เมษายน ช่วงงานเทศกาลมหาสงกรานต์
พัฒนาโดย กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช
ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000 โทร. 0-7535-6531

Contact us : nakhonsithammarat@moi.go.th
ท่านเป็นผู้เยี่ยมชมลำดับที่
1
นับตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2551