นครศรีธรรมราช |
 |
Guestbook
แวะมาเยี่ยมมาเยือน ก้ออย่าลืมนะค่ะ ลงสมุดเยี่ยมค่ะ
|
link เว็บอำเภอนครศรีฯ |
|
| องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น |
|
|
link เว็บทรวงต่างๆ |
|
|
link เว็บจังหวัดทั่วไทย |
|
link โรงเรียนในจังหวัด |
|
เว็บราชการในจังหวัด |
|
ข้อมูลการลงทุน |
 |
|
|
 |
วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี
ตารางแสดง
ข้อมูลด้านวัฒนธรรม
| ชื่อเรื่อง |
จำนวน |
ชื่อเรื่อง |
จำนวน/แห่ง |
| วัฒนธรรมศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด |
1 |
จำนวนโบราณวัตถุ |
- |
| ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอ |
5 |
ที่จัดในพิพิธภัณฑ์ |
1,332
รายการ |
| สภาวัฒนธรรมจังหวัด |
1 |
ที่อยู่ในคลังพิพิธภัณฑ์ |
2,850
รายการ |
| สภาวัฒนธรรมอำเภอ |
23 |
จำนวนห้องสมุดประชาชน |
22
แห่ง |
| สภาวัฒนธรรมตำบล |
30 |
จำนวนค่ายลูกเสือ |
2
ค่าย |
| ศิลปินแห่งชาติ |
2 |
- |
- |
| ศิลปินดีเด่นจังหวัด |
15 |
- |
- |
| หอสมุดแห่งชาติ |
1 |
- |
- |
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ |
1 |
- |
- |
| หน่วยศิลปกร |
1 |
- |
- |
| โบราณสถาน
แยกเป็น |
- |
- |
- |
| -
ขึ้นทะเบียนแล้ว |
34 |
- |
- |
| -
ยังไม่ขึ้นทะเบียน |
76 |
- |
- |
ประเพณีวัฒนธรรม
1. ประเพณีสารทเดือนสิบ
ประเพณีสารทเดือนสิบวิวัฒนาการมาจากประเพณีเปตพลีของพราหมณ์ ซึ่งลูกหลานจัดขึ้น เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ต่อมาพวกพราหมณ์จำนวนมากได้หันมา นับถือพระพุทธศาสนา และยังถือปฏิบัติในประเพณีดังกล่าวอยู่ พระพุทธองค์เห็นว่า ประเพณีนี้มีคุณค่า เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษนำความสุขใจให้ผู้ปฏบัติ จึงทรงอนุญาตให้อุบาสกอุบาสิกาประกอบพิธีนี้ต่อไปได้ ประเพณีสารทเดือนสิบมีมาตั้งแต่พุทธกาลคาดว่า เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแพร่เข้ามาในนครศรีธรรมราชจึงรับประเพณีนี้มาด้วย
การจัดงานระหว่างแรม 9 ค่ำ เดือนสิบ ถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือนสิบเอ็ด รวม 10 วัน 10 คืน
ในวันแรม 13 ค่ำ ซึ่งเป็นวันจ่าย หมายถึงจับจ่ายซื้อของที่จำเป็น หฺมฺรับ หมายถึง สำหรับ (ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ ขนมพอง ขนมลา ขนมสะบ้า ขนมดีซำ และขนมไข่ปลา
วันแรม 14 ค่ำ เป็นวันยก หฺมฺรับ ไปวัด สำหรับวันรับตายาย
วันแรม 15 ค่ำ คือวันทำบุญสารท หรือเรียกว่า วันบังสกุล หรือวันส่งตายาย
2. ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
ในสมัยที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นกษัตริย์ครองตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) อยู่นั้น ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ครั้งใหญ่ และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 1773 ขณะที่เตรียมสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น ชาวปากพนังมากราบทูลว่า คลื่นได้ซัดเอาผ้าแถบผืนหนึ่งซึ่งมีสภาพเขียนเรื่องพุทธประวัติมาขึ้นที่ชายหาดปากพนัง ชาวปากพนังเก็บผ้านั้นถวายพระเจ้า ศรีธรรมาโศกราช พระองค์รับสั่งให้ซักผ้านั้นจนสะอาดเห็นภาพวาดพุทธประวัติ เรียกว่า "ผ้าพระบฏ" จึงรับสั่งให้ประกาศหาเจ้าของ ได้ความว่าชาวพุทธจากหงสากลุ่มหนึ่ง จะนำผ้าพระบฏไปบูชาพระพุทธบาทที่ลังกา แต่ถูกพายุพัดพามาขึ้นชายฝั่งปากพนัง เหลือผู้รอดชีวิตสิบคน พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงมีความเห็นว่าควรนำผ้าพระบฏไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ เนื่องในโอกาส สมโภชพระบรมธาตุ แม้จะไม่ใช่พระพุทธบาทตามที่ตั้งใจ แต่ก็เป็นพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเจ้าของผ้าพระบฏก็ยินดี การแห่ผ้าขึ้นธาตุจึงมีขึ้นตั้งแต่ปีนั้นและดำเนินการสืบต่อมา จนกลายเป็นประเพณีสำคัญของชาวนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน ประเพณีนี้จะนำผ้าไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (วันมาฆบูชา)
3. ประเพณีลากพระ
ในสมัยที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นแล้ว พุทธศาสนิกชนได้อัญเชิญพระพุทธรูป ซึ่งสมมุติแทนองค์พระพุทธเจ้ามาแห่แหน ซึ่งเปรียบเสมือนการรับเสด็จและถวายภัตตาหารให้ พระพุทธเจ้าด้วยตนเอง
พระภิกษุจีนชื่ออี้จิง ได้จารึกแสวงบุญผ่านมายังอาณาจักรตามพรลิงค์ ได้พบเห็น ชาวบ้านปฏิบัติประเพณีลากพระจึงบันทึกจดหมายเหตุไว้ว่า "พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง มีคนแห่แหนนำมาจากวัด โดยประดิษฐานบนรถหรือบนแคร่ มีพระสงฆ์และฆราวาสหมู่ใหญ่ห้อมล้อมมา มีการตีกลองและบรรเลงดนตรีต่าง ๆ มีการถวายของหอมและดอกไม้และถือธงชนิดต่าง ๆ ที่ทอแสงในกลางแดด พระพุทธรูปเสด็จไปสู่หมู่บ้านด้วยวิธีดังกล่าว" วันลากพระจะทำกันในออกพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
4. ประเพณีอาบน้ำคนแก่
อาบน้ำคนแก่เป็นประเพณีเกี่ยวเนื่องมาจากประเพณีสงกรานต์ชาวนครศรีธรรมราช เชื่อว่าในวันที่ 15 เมษายน เทวดาที่เฝ้ารักษาเมืองทั้งหลายจะพากันขึ้นไปเมืองสวรรค์กันหมด ทั้งเมืองจึงปราศจากเทวดา วันนี้จึงเรียกว่า "วันว่าง" คือเป็นวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างว่างเทวดาคุ้มครอง ชาวบ้านจะหยุดทำกิจการงานทุกอย่างเก็บสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ หมด ครกและสากตำข้าวก็จะแช่เอาไว้สามวัน
ในวันว่าง ชาวบ้านจะนำภัตตาหารและเครื่องนมัสการต่าง ๆ ไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน เสร็จแล้วจึงไปสักการะและสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ที่สนามหน้าเมือง และนิยมรองรับน้ำจากการสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ เพื่อนำไปไว้ใช้ในงานมงคลที่บ้านของตนอีกด้วย
เมื่อสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์เสร็จแล้ว ชาวนครศรีธรรมราชจะทำอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไปให้ญาติคนแก่ที่ตนเคารพนับถือ แล้วขออาบน้ำให้ท่านด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ประเพณีอาบน้ำคนแก่จัดในช่วงของวันสงกรานต์ (13 - 15 เมษายน)
5. ประเพณีสวดด้าน
ในวันธรรมสวนะ พุทธศาสนิกชนจะมาทำบุญฟังธรรมกัน ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนามาแต่โบราณ จึงมีชาวบ้านมาทำบุญกันมากเป็นพิเศษ สถานที่ที่จัดให้มีภิกษุสงฆ์มาเทศนา คือในวิหารคดหรือพระระเบียง ชาวนครศรี-ธรรมราช เรียกว่า "ด้าน" การเทศน์ของพระภิกษุสงฆ์จะมีด้านละหนึ่งธรรมาสน์เป็นอย่างน้อย
การไปฟังเทศน์ฟังธรรม ชาวบ้านจะต้องเตรียมตัวไปนั่งรอพระที่ระเบียงก่อนที่พระสงฆ์จะไปถึง ในขณะที่นั่งรอ บางคนก็พูดคุยสนทนาเรื่องราวต่าง ๆ บางคนก็มีเรื่องราวมาบอกเล่าสู่กันฟัง บางคนนั่งอยู่เฉย ๆ ทำให้น่าเบื่อ ในที่สุดจึงเกิดความคิดเห็นพ้องกันว่าควรหาหนังสือมาสวดจนกว่าพระจะมาเทศน์ เพื่อจะได้ฟังกัน ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้เป็นคติสอนใจ จึงเกิดประเพณีสวดด้านขึ้น การสวดด้านจะมีเฉพาะในวันพระหรือในวันธรรมสวนะ (ขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ และขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ) เวลาก่อนเพล ก่อนพระสงฆ์จะขึ้นธรรมมาสน์แสดงธรรมเทศนาให้พุทธศานิกชนฟังที่ระเบียงทั้งสี่ด้านในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
6. ประเพณีแห่นางดาน เทศกาลมหาสงกรานต์
ประเพณีแห่นางดาน เป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์ เดิมเป็นประเพณีพื้นบ้านโบราณฮินดู ที่หายสาปสูญไปกว่า 90 ปี การจัดทำพิธีแห่นางดาน ซึ่งเป็นงานที่จัดทำเพื่อเป็นการต้อนรับพระอิศวรผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมาเยี่ยมมนุษย์โลกปีละครั้ง ครั้งหนึ่งมีกำหนด 10 วัน การ ต้อนรับพระอิศวร จะจัดให้มีการแสดงเอิกเกริกสนุกครึกครื้น มีเทพยาดาทั้งหลายมาเฝ้าประชุมพร้อมกัน เป็นต้นว่า พระอาทิตย์/พระจันทร์ พระแม่คงคา และ พระแม่ธรณี ซึ่งพราหมณ์จะทำเป็นแผ่นกระดาน นำมาผังไว้ที่หน้าชมรมโลกบาล (หอพระอิศวร)
เมื่อพระอิศวรลงมายังโลกมนุษย์พระอุมาจะลงตามมาด้วย (พระอิศวรกับพระอุมา เป็นสามีภรรยา)พระอุมาเป็นเทพแห่งความสมบูรณ์ทางการเกษตร ในช่วงสงกรานต์บางครั้งฝน ไม่ตกตามฤดูกาลแห้งแล้ง ทำให้การเกษตรไม่ได้ผล มีความเชื่อว่าพระอิศวรมีพระหทัยกอปรไปด้วยกรุณาบุคคลใดขอพรก็จะให้ง่าย ๆ มีเครื่องหมายประจำตัวพระอิศวร เรียกว่า "ศิวลึงค์" เมื่อเชิญพระอิศวรลงมา จะโปรดให้เทพบริวาร ประกอบด้วยพระอาทิตย์-พระจันทร์ พระคงคา และพระแม่ธรณี ร่วมเป็นคณะทำงานอำนวยความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวโลก
พระอาทิตย์ ประทานพลังงานแก่สิ่งที่มีชีวิตในเวลากลางวัน พระจันทร์ประทานเวลากลางคืน ให้พืชพันธุ์ธัญญาหารผสมพันธุ์ ส่วนพระคงคาประทานน้ำท่าให้เพียงพอ และพระธรณีเป็นที่รองรับสรรพสิ่งทั้งมวลบนพื้นโลก
พิธีแห่นางดาน เป็นการแห่กระดาน 3 แผ่น แผ่นที่หนึ่ง เป็นภาพพระอาทิตย์ พระจันทร์ แผ่นที่สอง เป็นภาพพระแม่คงคา และแผ่นที่สามเป็นภาพพระแม่ธรณี ประเพณีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 15 เมษายน ช่วงงานเทศกาลมหาสงกรานต์
|